ตัวผู้เล่นจะต้องทำการเล่นอาชีพนักแข่ง ที่ตัวผู้เล่นได้เลือกเอาไว้ ให้จบเป็นที่ละอาชีพไป หลังจากนั้น ก็สามารถมาเช็คได้ที่ หน้า Career ว่า มีรายการการแข่งขันใหม่อะไรปลดล็อคให้ตัวผู้เล่นได้เล่นอีกบ้าง
กลุ่มที่ 2 Multiplayer โหมดออนไลน์
นอกจากตัวผู้เล่น ที่เล่นเกมส์นี้ในโหมด Single Player แล้วตัวเกมส์นี้ ยังรองรับระบบออนไลน์อีกด้วย โดยสามารถให้ตัวผู้เล่นคนอื่นเข้ามาจอยกันได้ หรือพูดง่ายๆก็คือ ต่างคนต่างแสดงฝีมือการขับรถของตนเอง ในการแข่งให้เต็มที่ไปเลย
กลุ่มที่ 3 โหมด Quick Play
เป็นเมนูและระบบที่รวมทั้ง 2 เมนู เอาไว้ด้วยกัน ซึ่งก็คือตัวผู้เล่นสามารถชวนเพื่อนของตัวผู้เล่นมาขับแข่งในโหมดนี้หรือตัวผู้เล่นจะเล่นโหมดนี้แบบ Solo ก็ได้ ( ระบบเมนูใน Quick Play ตัวผู้เล่นสามารถปรับแต่ง Custom เป็นของตัวเองได้หมด ตามที่ตัวผู้เล่นอยากจะปรับก่อนเข้าแข่งขันได้เลย )
เป็นการแข่งขันที่คล้ายกับการแข่งขันแบบ Single Race เพียงแต่ว่า ตัวผู้เล่นนั้นจะได้สัมผัสกับบรรยากาศการแข่งขันที่คล้ายๆกันกับการแข่งมอเตอร์ไซค์ Moto GP เลย เพราะรอบการแข่งขันนั้นจะมียาวขึ้นจาก 3 รอบเป็นรอบตามที่นักแข่ง Moto GP ได้ขับแข่งกันในแต่ละสนามนั้นเลยละ !
การแต่งรถมอเตอร์ไซค์ในเกมส์นี้จะทำให้ตัวคุณผู้เล่นรู้สึกเหมือนเล่นเกมส์ Need For Speed ในแบบฉบับเกมส์รถมอเตอร์ไซค์นั้นเอง เพราะตัวผู้เล่นนั้นสามารถแต่งรถมอเตอร์ไซค์ได้เกือบทุกส่วนไม่ว่าจะเป็น เครื่องยนต์,โซ่,จานเบรค,น้ำมันเครื่องสำหรับมอเตอร์ไซค์ เป็นต้น ดังนั้นตัวคุณผู้เล่นไม่ต้องกังวลว่าจะไม่เข้าใจในส่วนของระบบการแต่งรถมอเตอร์ไซค์ในเกมส์นี้ไปได้เลย ( แต่ถ้าตัวคุณผู้เล่นยังอยากจะรู้เพิ่มเติมว่าอุปกรณ์ในการแต่งรถมอเตอร์ไซค์มันมีอะไรบ้าง ทางตัวผู้เขียนก็จะขอนำเสนอเป็น Mind Map ของแต่ละตัวอุปกรณ์และอะไหล่ไปเลยละกันนะ )
4. ระบบออฟไลน์และออนไลน์ของเกมส์นี้
4.1 โหมดออฟไลน์
เป็นโหมดที่ตัวผู้เล่นจะได้สนุกกับการขับมอเตอร์ไซค์ตะลุย Event ใหญ่ของเกมส์นี้ที่เรียกว่า World Tour นั้นเอง โดยในตอนแรกๆของโหมดนี้ตัวผู้เล่นจะได้ขับมอเตอร์ไซค์ที่ยังไม่ได้มีความแรงหรือเร็วสักเท่าไร แต่ถ้าตัวผู้เล่นมีความสามารถในตัวมากพอและพัฒนาตนเองไปเรื่อยๆในแต่ละการแข่งขันแล้วบวกกับค่าเงินที่สะสมมาเรื่อยๆอีก ก็จะทำให้ตัวผู้เล่นมีรถมอเตอร์ไซค์ที่อัพเกรดความแรงขึ้นไปเองแถมในตอนท้าย ยังได้เป็นแชมป์ระดับโลกอีกด้วย
เกมส์ DriveClub เป็นเกมส์แข่งรถแนว Arcade Racing ที่ลงให้สำหรับเครื่อง Playstation 4 โดยเฉพาะ ดังนั้น จึงกลายเป็นเกมส์แข่งรถเกมส์เดียวที่สามารถหาเล่นได้บน Console ตัวนี้เท่านั้น จุดสังเกตของเกมส์ตัวนี้ก็คือ ตัวผู้เล่นจะได้ขับรถแข่งหลากหลายยี่ห้อที่จะได้พบในเกมส์ เพื่อคว้ารางวัลในการแข่งขันรายการต่างๆ ในโหมดออฟไลน์หรือ Single Player และสำหรับคนที่ชอบออนไลน์กับผู้เล่นคนอื่นในโหมด Multiplayer ซึ่งในโหมดนี้จะเปิดโอกาสให้กับผู้เล่นอีกหลายๆคนให้เข้ามาท้าแข่งความเร็วกันและนี้ก็เป็นอีกหนึ่งความสนุกที่เกมส์นี้ได้เผยออกมาให้เห็น นอกจากนั้น ตัวเกมส์ยังมี DLC ที่ให้โหลดทางช่อง Playstation Store อีก ซึ่งเป็นการเพิ่มความยาวและโหมดการแข่งขันของตัวเกมส์เพิ่มอีกด้วย ( ตัวข้อมูล DLC ของเกมส์ จะอธิบายให้ได้ทราบในหัวข้อที่ 3 ตัวคุณผู้เล่นหรือคุณผู้อ่านสามารถไปอ่านเพิ่มเติมที่หัวข้อที่ 3 ได้เลยครับ )
1. การแข่งขันรถยนต์และการแข่งขันมอเตอร์ไซค์
ในเกมส์นี้ตัวผู้เล่นสามารถเลือกที่จะเล่นได้สองแบบคือ การแข่งขันของ Drive Club และ การแข่งขันของ Bike Club นั้นเอง โดยเริ่มจาก การแข่งขัน Drive Club นั้นตัวผู้เล่นจะได้สนุกกับการขับรถแข่งหลากหลายยี่ห้อหลายสิบคันเลยที่เดียวในโหมดนี้ตัวผู้เล่นสามารถเลือกได้ว่าจะเล่นออนไลน์หรือออฟไลน์ก็ได้ ส่วนในโหมดของ การแข่งขันของ Bike Club นั้น ตัวผู้เล่นจำเป็นที่จะต้องซื้อ DLC หรือ Downloadable Content จาก Playstation Store เสียก่อนถึงจะสามารถเล่นในโหมดตัวนี้ได้นั้นเอง ( ข้อความจากผู้เขียน ! ในตอนนี้ ตัวผู้เขียนไม่มั่นใจเป็นอย่างมากว่า ตัว DLC สำหรับ Bike Club ของเกมส์นี้ยังมีให้ซื้ออยู่อีกหรือไม่ ถ้าผู้เล่นคนไหนยังพบเห็นอยู่ฝากคอมเมนต์มาคุยกับตัวผู้เขียนกันได้เลยนะครับผม )
สำหรับตัวผู้เล่นที่อยากจะซื้อเนื้อหาเสริมหรือดาวน์โหลด DLC เพื่อที่จะเล่นในโหมดอื่นๆเพิ่มเติมของเกมส์นี้ ตัวผู้เล่นสามารถที่จะซื้อได้จากช่องทาง Play Station Store ได้เลย แต่ทว่า
สำหรับตอนนี้ ตัวเกมส์นี้จะไม่มี DLC ให้ดาวน์โหลดกันอีกแล้ว ! เพราะว่า จากที่ตัวผู้เขียนได้เป็นเห็นกับตาตัวเองมา ( ไม่รู้ว่าจริงหรือหลอก ) ล่าสุดตัวผู้เขียนเองนั้นได้เขาไปที่ Play Station Store เพื่อไปดู DLC ของเกมส์นี้ ปรากฏว่าภายในร้าน Play Station Store ไม่มี DLC ของเกมส์นี้อยู่อีกแล้ว ถ้าเพื่อนๆคนไหนยังเจอ DLC ของเกมส์นี้อยู่ในร้านค้าของ Play Station Store แล้วละก็ ช่วยบอกต่อคนอื่นๆด้วยนะครับ !
4. การเล่นระบบออฟไลน์และออนไลน์ของเกมส์นี้
4.1 เล่นในระบบออฟไลน์
ในโหมดนี้ตัวผู้เล่นนั้นจะได้สนุกไปกับการแข่งขันในโลกของ World Tour Racing ซึ่งตัวผู้เล่นจะได้รับบทเป็นนักแข่งรุ่นเยาว์และเข้าไปขับรถยี่ห้อดังมากมายจากทั่วโลกพร้อมกับเป็นการเริ่มต้นอาชีพนักแข่งมือสมัครเล่นและไต่เต้าไปให้ถึงนักแข่งมืออาชีพด้วยตัวของคุณเอง
Need For Speed เป็นเกมส์แข่งรถยนต์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาตั้งแต่ยุคอดีต จนมีอยู่ช่วงหนึ่งตัวเกมส์นั้นได้หายไปจากสายตานักเล่นเกมส์ เนื่องจากตัวเกมส์ได้เกิดปัญหาทางด้านเทคนิค นั้นก็คือปัญหาที่ว่ามีผู้คนอยู่กลุ่มหนึ่งอยากให้ตัวเกมส์แข่งรถตัวนี้เน้นระบบออนไลน์มากกว่าระบบออฟไลน์โดยตั้งแต่แรกนั้นเกมส์แข่งรถตัวนี้เป็นเกมส์ประเภท Open World ออฟไลน์ มาตั้งแต่ ภาค Underground แล้ว แต่พอทางผู้พัฒนาเกมส์มาทำภาคที่มีชื่อว่า Need For Speed 2016 ที่เน้นแต่ระบบออนไลน์อย่างเดียวเท่านั้นทำให้ผู้คนที่เคยเล่นภาคก่อนๆมาไม่พอใจเป็นอย่างมาก ดังนั้น จากบทเรียนที่ผิดพลาด ทางบริษัท EA ก็เลยตั้งใจทำภาคต่อเกมส์แข่งรถที่ตอบโจทย์คนเล่นทุกกลุ่มออกมาได้ในที่สุดในภายหลัง ซึ่งก็คือภาค Heat ที่รวมทั้งระบบออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน ได้ออกมาในที่สุดนั่นเอง
Pokemon Center เป็นสถานที่อีกหนึ่งแห่งที่สำคัญของเกมส์นี้เลยก็ว่าได้ เพราะตัวผู้เล่นสามารถนำโปเกมอนทุกตัวที่คุณจับได้มารักษาได้ที่นี้เลย และทีนี้คุณสามารถจัดแต่ง Party ( Pokemon Box ) โปเกมอนของคุณได้ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ภายในสถานที่นี้อีกด้วย ( แต่มีอีกวิธีหนึ่งที่คุณไม่จำเป็นต้องเข้า Pokemon Center เพื่อเข้า Pokemon Box ในการจัด Party โปเกมอนของคุณอีกต่อไป เพราะระบบของเกมส์ ได้ให้ทางลัดแก่คุณ โดยจัด Menu Pokemon Box ในหน้า Menu หลักของเกมส์ให้ไปแล้ว อยู่ใน Menu Trainer Bag เรียบร้อยแล้ว )
ในเกมส์นี้ก่อนที่ตัวผู้เล่นจะไปทำการล่ามอนสเตอร์ในแต่ละภารกิจนั้น ตัวผู้เล่นจะต้องทำการจัดเตรียมอาวุธของตัวผู้เล่นให้เรียบร้อยเสียก่อน โดยระบบของเกมส์ก็ได้ทำการจัดเตรียมเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว นั้นก็คือ กล่องเก็บอาวุธและไอเทม ( Item Box ) ที่อยู่ภายในบริเวณหมู่บ้านของตัวเกมส์ ภายในกล่องจะมีเมนูให้ตัวผู้เล่นนั้นเลือกเปลี่ยนชุดเกราะ,จัดเตรียมไอเทมชนิดต่างๆได้อย่างอิสระได้ตามที่ต้องการไปเลย และอีกอย่างที่ลืมไม่ได้ก็คือถ้าคุณอยากทำอาวุธชิ้นใหม่ขึ้นมาหรือชุดเกราะละก็ ก็สามารถเดินมาที่ร้าน Black Smith ภายในบริเวณหมู่บ้านได้ จากนั้นตัวผู้เล่นอยากจะเลือกทำอาวุธทั้ง 14 ชนิดหรือชุดเกราะตามใจชอบ แต่ตัวชุดเกราะภายในเกมส์นี้ต้องมีวัตถุดิบจากการทำภารกิจและจากตัวมอนสเตอร์ถึงจะสามารถทำชุดเกราะครบเซ็ตได้นั้นเอง
3.2 ระบบการทำ Talisman และ ระบบการทำ Decorations
เป็นอีกหนึ่ง Menu ที่อยู่ในร้านของ Black Smith ในเมนูตัวนี้ตัวผู้เล่นนั้นจะต้องมีวัตถุดิบที่เก็บได้จากการทำภารกิจจากการล่ามอนสเตอร์หรือภารกิจอื่นๆภายในเกมส์เพียงพอเพื่อที่จะทำการสร้าง Talisman กับ Decorations นั้นเอง ตัวเมนตัวนี้จะปลดล็อคหลังจากที่ตัวผู้เล่นทำการเล่นตัวเกมส์ไประยะหนึ่ง ( ถ้าตัวผู้เขียนจำไม่ผิดน่าจะเป็นช่วงภารกิจระดับหลังๆของเกมส์เลยนะครับ )
4.ระบบภารกิจภายในเกมส์
ภายในเกมส์ Monster Hunter Rise จะมีภารกิจให้ทำคล้ายๆกันกับภาค World ดังนี้
4.1 ภารกิจล่ามอนสเตอร์( Hunting Quest )
เป็นภารกิจสุดคลาสสิคของเกมส์นี้เลย โดยตัวผู้เล่นจะต้องทำการกำจัดรายชื่อมอนสเตอร์ที่ภารกิจมอบหมายมาให้ภายในเวลาที่กำหนด ซึ่งถ้าตัวผู้เล่นทำการปราบตัวมอนสเตอร์ตามรายชื่อที่ภารกิจมอบหมายมาให้ไม่สำเร็จหรือเสียชีวิตขณะทำภารกิจครบกำหนดแล้วละก็ ตัวผู้เล่นก็จะ Game Over ทันที ( รางวัลจากภารกิจหลังจากที่คุณ Game Over แล้ว จะได้มาในจำนวนน้อยกว่าที่ภารกิจกำหนดมาให้ในตอนก่อนเริ่มภารกิจ )
เป็น Hunting Style ตัวที่ห้า ที่เน้นการ Counter การโจมตีของมอนสเตอร์เพื่อเพิ่มหลอดพลัง Valor Meter เพื่อเข้าสู่ Valor State ในการปลดล็อคท่าคอมโบที่มีพลังโจมตีสูงมาใช้งานในการล่ามอนสเตอร์ได้ นั้นเอง ( มีช่อง Hunter Art 1 ช่องให้ใช้งาน )
2.6 Alchemy Style
เป็น Hunting Style ตัวที่หก ที่เน้นด้านการ Support เป็นหลักมากกว่าโจมตี เนื่องจากสามารถสร้างไอเทมประเภทต่างๆได้จากการโจมตีไปที่ตัวมอนสเตอร์ ในการสร้างไอเทมแต่ละครั้งนั้นก็จะมี หลอด Meter ไอเทมขึ้นมาแสดงให้ดูว่าต้องการกี่แต้มเพื่อใช้ในการสร้างไอเทมแต่ละชิ้นนั้นเอง( มีช่อง Hunter Art 3 ช่องให้ใช้งาน )